บอนไซ…ต้นไม้จากจินตนาการ

ความงดงามของต้นไม้ใหญ่ในธรรมชาติ จับมาย่อส่วนลงในกระถางใบเล็ก ขึ้นชื่อได้ว่าเป็นต้นไม้ในจินตนาการของผู้ปลูก มีความสำคัญทางด้านจิตใจ ที่เกิดมาจากความอดทนในการเลี้ยง และความเป็นศิลปะของผู้สร้าง จัดได้ว่าเป็นต้นไม้ที่ให้ความโดดเด่น สวยงามกับผู้พบเห็น วันนี้เราจะมารู้จักต้นไม้ย่อส่วน หรือที่เรียกว่าบอนไซกันค่ะ

 

 

 

 

บอนไซไม่ใช่ชื่อของต้นไม้อย่างที่ใครๆ เข้าใจผิดกัน บอนไซ คือ ต้นไม้ขนาดใหญ่จับมาย่อส่วนลงในกระถาง เป็นการทำให้ต้นไม้ใหญ่เล็กลง ส่วนมากที่ใช้จะเป็นต้นไม้ประเภทยืนต้น แรกเริ่มเลยบอนไซนั้นมีถิ่นกำเนิดมากจากประเทศจีน เป็นการจัดสวนขั้นสูงในพระราชวังของจีน ต่อมาได้แพร่หลายออกไปในประเทศญี่ปุ่นและได้ถูกเรียกขานกันในภาษาญี่ปุ่นว่า “บอนไซ”

 

 

 

บอนไซเป็นการดัดไม้ของประเทศญี่ปุ่น จริงๆ แล้วในเอเชียจะมีการเลี้ยงไม้ดัดแบบนี้อยู่แค่ 3 ประเทศ คือ ญี่ปุ่น จีน และไทย บอนไซเป็นไม้ยืนต้น ที่ใช้การเพาะเมล็ด เพาะลงในแปลง เมื่องอกเม็ดขึ้นมาแล้วจำเป็นต้องมีรากแก้วเสียก่อน และก็ค่อยนำไปเลี้ยงในพื้นที่จำกัด ให้ดินจำกัด ให้ปุ๋ยจำกัด ให้น้ำจำกัด ทุกอย่างต้องจำกัดหมด ถึงจะเรียกได้ว่าเป็นไม้ย่อส่วน หรือบอนไซนั่นเอง และเราก็ค่อยมองดูรูปร่างว่าเค้าจะถูกดัดไปทางไหน บอนไซบางต้นไม่ต้องดัดเลยใช้แค่การตกแต่งฟอร์มอย่างเดียว ไม้ดัดที่เราพูดถึงนี้ คือการดัดให้ต้นไม้เป็นรูปเป็นทรงต่างๆ ตามที่เจ้าของชื่นชอบ จริงแล้วไม้ดัดบอนไซมีวิธีดัดที่ไม่แตกต่างกันเพียงแค่ดัดให้ใกล้เคียงกับของจริงตามธรรมชาติ บอนไซสามารถนำต้นอะไรมาทำก็ได้ แม้กระทั่งต้นหญ้า ต้นไผ่ ต้นกล้วยต้นอ้อย ได้หมดทุกชนิด แต่มีข้อจำกัดอยู่ตรงที่ว่าต้องเป็นไม้ที่มีอายุยืน ไม่ใช่ไม้ล้มลุก ต้นไม้ที่จะนำมาดัดควรเป็นต้นที่มีใบละเอียด เป็นใบขนาดเล็ก และที่สำคัญต้องเป็นไม้ที่กิ่งก้านยังอ่อนอยู่ และขึ้นอยู่กับอายุของต้นไม้ในการดัดด้วยค่ะ

 

 

 

สำหรับประเทศไทยนั้น ไม้ดัดมีเล่นกันมานานแล้วตั้งแต่สมัยสุโขทัย ส่วนบอนไซคาดว่าเริ่มรู้จักกันในสมัยอยุธยา โดยชาวญี่ปุ่นเป็นผู้นำเข้ามา เรื่องของไม้ดัดและบอนไซนี้จะเห็นได้จากวรรณคดีเรื่องขุนช้างขุนแผนวรรณคดีของไทยค่ะ

 

 

 

เนื่องจากไม้บอนไซเป็นไม้ย่อส่วน มันย่อส่วนมาจากไม้ใหญ่ๆ จากธรรมชาติ เพราะฉะนั้นในการดัด ตัดแต่ง หรือการสร้างบอนไซให้สวยงามเป็นธรรมชาติ ก็จะต้องเลียนแบบต้นไม้ใหญ่ที่อยู่ในธรรมชาติ นี่แหละถึงจะเป็นสุดยอดสำหรับนักเล่นบอนไซ เพราะงานของบอนไซมันเป็นงานทั้งศาสตร์ และศิลป์ ต้องมีความรู้เรื่องการปลูกพืช และในขณะเดียวกันต้องมีความเป็นศิลปะในการตกแต่งต้นบอนไซอีกด้วย

 

 

Tips :

– กระถางที่ทำมาจากดินเผาเหมาะกับการเลี้ยงบอนไซมากที่สุด ขนาดกระถางไม่ใหญ่ไปกว่าต้น

– ให้หาซื้อตอไม้ พุ่มไม้ที่มีอายุ หรือที่ขุดจากในป่า เพราะว่าถ้าเพาะเมล็ดมันอาจจะใช้เวลานาน

– ใช้ดินที่ไม่อุ้มน้ำ เก็บแต่ความชื้น เช่น ดินต้นจามจุรี หินภูเขาไฟ กาบมะพร้าว เป็นต้น

 

 

บทความดีๆ จาก http://www.homedeedeeforyou.com/

เดซี่ ดอกไม้ที่ทำให้คุณยิ้ม LET’S SMILE WITH DAISY

เดซี่ ดอกไม้ที่ทำให้คุณยิ้ม Let's Smile with Daisy

หากท่านผู้อ่านจะมองหาดอกไม้สักต้นที่ปลูกทั้งได้ในสวนและนำมาวางไว้ที่โต๊ะทำงานได้ด้วย เดซี่ก็คงเป็นดอกไม้หนึ่งในนั้นเพราะความน่ารักของดอกเล็กๆสีเหลืองที่ค่อยๆเบ่งบาน ใบและกลีบเลี้ยงสีนวลที่เมื่อมองที่ไหร่ก็สดชื่นและอมยิ้มตามไปด้วย สามารถเปลี่ยนบรรยากาศในสวนและในห้องของเราได้เป็นอย่างดีเลยค่ะ


 

  • เดซี่ มีชื่อวิทยาศาสตร์ว่า Thymophylia tenuiloba (DC.) Small จัดอยู่ในวงศ์ Asteraceae (Compositae)
  • ชื่อสามัญที่เราเรียกทั่วไปก็มีทั้ง Dahlberg Daisy, Gold Carpet, Gloden Fleece แต่หลักแล้วเรียกเดซี่ Daisy
  • ถิ่นกำเนิด เม็กซิโกและรัฐเท็กซัส สหรัฐอเมริกามีทั้งดอกสีขาว สีเหลือง

โดยนักพฤกษาวิทยารู้จักและพบครั้งแรกที่ตำบลเล็ก ในประเทศเม็กซิโก เป็นสัญลักษณ์แทนหัวใจอันบริสุทธิ์และไร้เดียงสา โดยหญิงสาวที่ตกอยู่ในห้วงแห่งความรักมักจะใช้ดอกเดซี่มาเด็ดกลีบเพื่อทำนายรัก ขยายพันธุ์ได้เร็วมาก พบได้ตามสนามหญ้าที่พบส่วนใหญ่จะมีกลีบสีขาว เกสรสีเหลือง บานในช่วงเช้าเท่านั้นชาวอังกฤษเรียกเดซี่ว่าเดส์ อาย” (Day’s Eye)หรือที่แปลว่า ดวงตาของกลางวัน และเรียกเพี้ยนมาเรื่อยๆ จนเป็นเดซี่

ลักษณะทั่วไป: มี อายุสั้นหรือ 2 ปี ต้นเป็นพุ่ม 15-20เซนติเมตร ใบเดี่ยว ออกตรงข้ามแผ่นใบหยักลึกตามแนวเส้นใบ คล้ายผักชี สีเขียวอ่อน ช่อดอกเป็นช่อกระจุกแน่นออกที่ปลายยอด ดอกวงนอกมี กลีบดอกชั้นเดียว สีเหลือง ดอกวงในสีเหลืองเข้มเส้นผ่านศูนย์กลาง 1.5-2 เซนติเมตร เมล็ดมีขนาดเล็ก

การขยายพันธุ์ : นิยมขยายพันธุ์ โดยการเพาะเมล็ด ปลูกได้ตลอดทั้งปีทนร้อนได้ดีมาก นิยมปลูกประดับแปลงหรือ ปลูกลงในกระถาง

การดูแลรักษา :หากปลูกลงแปลง ปลูกลงกระถาง หรือปลูกคลุมดิน ควรย่อยดินให้ละเอียด อีกทั้งต้องเป็นดินที่ไม่อุ้มน้ำมากเกินไปนัก ต้องร่วนปนทราย รดน้ำเช้าเพียงหนึ่งครั้งต่อวัน เพราะไม่ต้องการความชื้นมาก ชอบแสงแดด เต็มวันครึ่งวัน การตัดแต่งควรตัดดอกที่โรยแล้วออกจากต้นเพื่อให้แตกยอดใหม่และเก็บดอกใหม่

GOLDEN SHOWER ราชพฤกษ์ ดอกไม้ประจำชาติไทย

Golden shower ราชพฤกษ์  ดอกไม้ประจำชาติไทย

 

วันนี้เราจะพาทุกท่านมาทำความรู้จักกับดอกไม้สีเหลืองอร่ามที่มักพบเห็นได้ทั่วไปตามริมถนนสายต่าง ๆ ที่เรียกว่า ดอกราชพฤกษ์ หรือ ดอกคูน ต้นไม้มงคลที่ได้รับการยกย่องให้เป็น ดอกไม้ประจำชาติไทย และเชื่อว่าเป็นต้นไม้ที่ปลูกไว้แล้วจะเสริมให้คนในบ้านมีเกียรติยศชื่อเสียงมากขึ้นด้วย


Golden shower ราชพฤกษ์ ดอกไม้ประจำชาติไทย

 

 

ราชพฤกษ์ หรือ คูน ชื่ออังกฤษ : Golden shower ชื่อวิทยาศาสตร์: Cassia fistula เป็นไม้ดอกในตระกูล Fabaceae เป็นพืชพื้นเมืองของเอเชียใต้ ตั้งแต่ทางตอนใต้ของปากีสถาน ไปจนถึงอินเดีย พม่า และศรีลังกานิยมปลูกเป็นไม้ประดับในพื้นที่เขตร้อนและกึ่งเขตร้อน สามารถปลูกได้ทั้งดินร่วนซุย ดินร่วนปนทราย ดินร่วนเหนียว ทนต่อความแห้งแล้งและดินเค็มได้ดี แต่ไม่ทนในอากาศหนาวจัด ซึ่งอาจติดเชื้อราหรือโรคใบจุดได้ ดอกคูนต้นไม้มงคลที่ได้รับการยกย่องให้เป็น ดอกไม้ประจำชาติไทย เมื่อวันที่ 26 ตุลาคม พ.ศ. 2544 ทั้งนี้ “ราชพฤกษ์” มีความหมายว่า “ต้นไม้ของพระราชา”ซึ่งเป็นสัญลักษณ์ของงานมหกรรมพืชสวนโลกซึ่งจัดขึ้นเพื่อฉลองในวโรกาสอันเป็นมหามงคล ที่พระเจ้าอยู่หัวของเราได้ทรงครองสิริราชสมบัติครบรอบ 60 ปี และเชื่อว่าเป็นต้นไม้ที่ปลูกไว้แล้วจะเสริมให้คนในบ้านมีเกียรติยศชื่อเสียงมากขึ้นด้วย

 

 

ลักษณะทั่วไป : เป็นต้นไม้ขนาดกลาง สูงประมาณ 10-20 เมตร ออกดอกเป็นช่อสีเหลืองอร่าม แต่ละช่อยาวประมาณ 20-40 เซนติเมตร โดยกลีบดอกจะเป็นสีเหลือง 5 กลีบ มีผลยาวประมาณ 30-60 เซนติเมตร มีเมล็ดกลิ่นฉุนรสฝาดเมา สรรพคุณช่วยแก้ท้องร่วง หากรับประทานมากอาจกลายเป็นพิษได้

 

การดูแลรักษา : ต้องการแสงแดดจัด หรือกลางแจ้ง และเจริญเติบโตได้ดีในที่โล่งแจ้งเป็นพิเศษ ชอบนํ้าน้อย ควรรดน้ำ 7-10 วันต่อครั้ง สามารถทนกับสภาพอากาศร้อนได้ดี สามารถเจริญเติบโตได้ดีในดินร่วนซุย ดินร่วนปนทราย หรือดินเหนียว และนิยมใส่ปุ๋ยหมัก หรือ ปุ๋ยคอก ในอัตรา 2-3กิโลกรัมต่อต้น และควรให้ปุ๋ยปีละ 3-4 ครั้ง

 

การขยายพันธุ์ : นิยมเพาะเมล็ด โดยใช้เมล็ดสดๆ มาขลิบด้วยกรรไกรตัดเล็บ แต่ต้องเลือกขลิบบริเวณด้านป้าน เพราะด้านแหลมจะมีต้นอ่อนอยู่จากนั้นนำไปแช่นํ้าสะอาดทิ้งไว้ข้ามวัน จึงค่อยเทน้ำออกให้เหลือปริมาณพอหล่อเลี้ยงเมล็ดได้ จากนั้นทิ้งไว้อีกคืนก็จะพบรากงอก และสามารถนำลงปลูกได้เลย

 

บทความดีๆ จาก http://www.homedeedeeforyou.com/

ตกแต่งสวนผักให้เป็นสวนสวยประจำบ้าน

ตกแต่งสวนผักให้เป็นสวนสวยประจำบ้าน

ที่จริงแล้วการปลูกพืชผักสวนครัวไว้บริโภคในครัวเรือนก็ถือเป็นวัฒนธรรมของคนไทยมาตั้งแต่บรรพบุรุษ แต่พอยุคสมัยเริ่มเปลี่ยนไป โดยเฉพาะสังคมเมืองที่คนส่วนใหญ่หันมาพึ่งพาตลาด และก็ฝากท้องกับการซื้อกินมากขึ้น ผู้คนเริ่มมีที่อยู่อาศัยในเมือง รวมไปถึงความวุ่นวายจนทำให้ต้องห่างหายจากการปลูกผักเอาไว้บริโภคเอง บ้านจัดสรรผุดขึ้นเป็นดอกเห็ด คนเราเลยหันไปนิยมปลูกสวนไม้ดอกไม้ประดับเสียมากกว่า แต่เราลองคิดใหม่ดูนะคะ ถ้าเราลองนำพืชผักสวนครัวมาจัดให้เป็นสวนสวยๆ ซึ่งได้ทั้งความสวยงาม อิ่ม และประหยัดเงินในกระเป๋าของเราอีกด้วยค่ะ


 


ถ้าคุณเป็นอีกคนหนึ่งที่ชอบการบริโภคผักชนิดต่างๆ ลองเลือกจัดสวนผักสวนครัวดูบ้างสิคะ ยิ่งบ้านไหนที่มีพื้นที่มากหน่อยก็จัดปลูกในแปลงผักให้เต็มแปลง แต่หากบ้านไหนที่มีพื้นที่น้อยก็อาจจะปลูกในกระถางวางประดับไว้ตามมุมต่างๆ ในบ้าน เช่น ตรงระเบียงบ้าน ริมหน้าต่าง หรือริมรั้วก็ได้ค่ะ เราสามารถออกแบบสวนผักของเราให้ดูน่ามองมากขึ้น โดยการปลูกให้เป็นขั้นบันได เรียงลำดับความสูงของต้นไม้ หรืออาจปลูกไม้ดอกแซมในสวนผักนั้น เพื่อให้ดูมีสีสันของดอกไม้ตัดกับผักใบเขียวของเราได้ ทีนี้สวนผักของเราก็จะดูสวยไม่แพ้กับสวนไม้ดอกไม้ประดับเลยหล่ะค่ะ


 

เพิ่มเติมและตกแต่งด้วยอุปกรณ์ตกแต่งสวนที่ชื่นชอบกันค่ะ เช่น เก้าอี้ ชิงช้า หรือซุ้มไม้เลื้อย อ่างน้ำ หรือบ่อน้ำพุมาสร้างบรรยากาศให้ร่มรื่นยิ่งขึ้น อาจเติมความน่าสนใจด้วยตุ๊กตาดินเผารูปสัตว์ต่างๆ เข้าไปช่วย ถ้าต้องการแนวไหน แบบไหนเราควรนั่งนึกกันก่อน เพราะเราคงไม่อยากให้สวนผักมีแต่ผักสีเขียวทึบๆ อย่างเดียวเป็นแน่ ใครที่ชอบความง่าย ไม่ต้องดูแลรักษามากมาย เราก็อาจปลูกผักในภาชนะเก๋ไก๋ เช่น กระบะไม้ กระป๋องสีเก่าที่ไม่ใช่แล้ว ถังน้ำเก่า หรือวัสดุรีไซเคิลต่างๆ ตามความเหมาะสม หรือลองมองหาอิฐบล็อคนำมาก่อทำเป็นแปลงผักก็ดูไม่เลวเลยทีเดียว แต่ต้องไม่ลืมนึกถึงขนาดของพื้นที่สวนกันด้วยนะคะ


 

นอกจากได้ทั้งความสวยงามให้กับบ้านแล้ว เรายังได้ใช้ประโยชน์จากพื้นที่บริเวณบ้านให้เกิดประโยชน์อีกด้วย ลองปรับเปลี่ยนพื้นที่บ้านให้เป็นสวนผักแทนที่จะมีแค่ไม้ดอกไม้ประดับทั่วไปดีกว่าค่ะ

 

บทความดีๆ จาก http://www.homedeedeeforyou.com/

10 วิธีจัดสวนในพื้นที่เล็ก ไม่ยาก อย่างที่คิด

สวนก็เหมือนห้องเล็กๆในบ้านที่มีให้อากาศที่สดชื่นถ้ามีพื้นที่เล็กๆข้างบ้านแต่อยากให้ดูกว้างลองทำห้องกระจกที่ให้แสงลอดผ่านเข้ามา เวลาที่นั่งอยู่แล้วรู้สึกไม่อึดอัดด้วยค่ะ ผลงานโดย: คุณศิริวิทย์ ริ้วบำรุง little treeสวนก็เหมือนห้องเล็กๆในบ้านที่มีให้อากาศที่สดชื่นถ้ามีพื้นที่เล็กๆข้างบ้านแต่อยากให้ดูกว้างลองทำห้องกระจกที่ให้แสงลอดผ่านเข้ามา เวลาที่นั่งอยู่แล้วรู้สึกไม่อึดอัดด้วยค่ะ ผลงานโดย: คุณศิริวิทย์ ริ้วบำรุง little tree

How to small space

นับวันพื้นที่ของเราเริ่มจะลดน้อยลงไป โดยเฉพาะอย่างยิ่งผู้ที่อาศัยอยู่คอนโดหรืออพาตเมนท์ หรือแม้แต่บ้าน ซึ่ง ณ ขณะนี้ ก็มีขนาดเล็ก ทำให้เราแทบจะไม่มีพื้นที่มีเขียวไว้สูดอากาศหรือพักผ่อนหย่อนใจดังนั้นผู้เขียนจึงอยากจะนำเสนอ 10 วิธีที่สามารถนำไปจัดสวนที่ริมระเบียงห้องหรือพื้นที่เล็กๆในบ้านของท่านผู้อ่านกันค่ะ

1. ยกพื้นที่สเต็ปสร้างมิติ หนึ่งสิ่งของการสร้างมิติให้กับสวน คือการแบ่งพื้นที่ใช้สอย เพื่อให้สวนดูมีมิติ มองแล้วไม่แบนหรือคับแคบจนเกินไป ทั้งนี้ยังทำให้สวนดูกว้างขึ้น ยกตัวอย่างเช่น การยกพื้นทางเดินให้เป็นขั้นหรือบันได เมื่อมองจากด้านบนหรือด้านข้างก็จะเพิ่มมิติให้กับสวนได้อย่างดี

2. เล่นสี ผนังต่างๆในสวนควรที่จะเลือกใช้สีที่โทนสว่าง หรือใช้ที่ตัดกันแล้วเกิดความสมดุล เช่น สีขาวกับสีฟ้าส่วนต้นไม้ก็เลือกพรรณไม้ใบที่มีใบสีเข้ม ไว้ด้านหน้า ส่วนไม้ดอกและไม้ใบที่สีอ่อนก็ปลูกไว้ด้านหลัง จะทำให้ดูลวงตาว่าอยู่ไกลกัน

3.ใช้แสงเพื่อความโปร่งตา ใช้แสงสว่างให้เข้ามาในสวนให้มากที่สุด เช่นการทำผนังเป็นช่องหรือ หน้าต่าง ทั้งนี้จะทำให้สวนมีความโปร่งโล่งสบาย และถ้าอยากเพิ่มความเก๋ไก๋ก็สามารถนำต้นไม้กระถางเล็กๆไปวางตามช่องได้ ช่วยพรางตาและเพิ่มลูกเล่นให้กับสวน

4. หน้าต่างช่วยได้ การติดบานประตูหรือหน้าต่างลงไปในผนังรั้วหรือกำแพง ทำให้เหมือนว่าเปิดไปได้อีก เพิ่มความรู้สึกและไม่คับแคบ โปร่งโล่ง พร้อมทั้งเป็นมุมเก๋ๆถ่ายภาพได้อีกด้วย

5. ภาพลวงตา วาดภาพให้เกิดมิติเสมอมีพื้นที่กว้างกว่าพื้นที่จริง เช่น เพ้นท์รูปวิว หริอรูปภาพต่อเนื่องเป็นเรียงราวต่อเนื่อง

6. สวนแนวตั้งกระชับพื้นที่ อยากได้กำแพงสีเขียวหรือลวดลายเท่ๆเวลานั่งมองหรือเป็นพื้นหลังก็สามารถปลูกพืชได้ ดูสบายตาและประหยัดพื้นที่

7. แขวนสร้างสีสัน ทำMoby หรือ hanging basket กระเช้าห้อยจากชายคา เป็นสวนย่อมโดยเลือกไม้ดอกที่มีสีสันสวยงามหรือไมก็ไม้ที่มีชนิดหรือสภาพเดียวกัน เพื่อให้ง่ายต่อการดูแล

8.วาดลวดลายบนพื้น ออกแบบลวดลาย สร้างลูกเล่นระหว่างพรรณไม้และ แผ่นปูซีเมนต์หรือแผ่นหิน โดยเว้นช่องว่างให้ต้นไม้หรือปลูกสอดแทรกดูเป็นธรรมชาติเช่น หนวดปลาดุก กลมกลืนได้อย่างลงตัว

9.ผนังต่อเนื่อง ออกแบบผนังให้เชื่อมต่อกัน ผสมเส้นลายความโค้ง ไม่มีเหลี่ยมมุม หรือใช้ของตกแต่งที่ให้ความรู้สึกต่อเนื่องกัน

10.จัดระเบียบพื้นที่ ทำชั้นว่างของหรือเครื่องมือสวนให้เป็นระเบียบ และใช้งานง่ายอีกด้วย

ซึ่งวิธีที่กล่าวมาข้างต้น 10 วิธี ท่านผู้อ่านสามารถนำไปจัดเองได้ โดยจะเป็น คอนโด ริมระเบียง และดาดฟ้า หรือหากอยากได้สวนที่เน้น Decorate ก็สามารถ เข้าไปอ่าน ที่คอลัมน์ สวนกระถางได้ค่ะ ขอให้สนุกกับใช้พื้นที่เล็กๆจัดสวนในบ้านของเรานะค่ะ

จัดสวนแนวตั้ง VERTICAL GARDEN ทำได้ไม่ยาก

ทำเป็นมุมสวนด้านนอก มีพื้นที่น้อยนิดก็ทำได้ เอาไว้เติมบรรยากาศในการรับประทานอาหาร  ทำเป็นมุมสวนด้านนอก มีพื้นที่น้อยนิดก็ทำได้ เอาไว้เติมบรรยากาศในการรับประทานอาหาร

ปีใหม่นี้มาจัดพื้นที่ในบ้านของเราให้มีสีเขียวและเปลี่ยนบรรยากาศใหม่ๆให้น่ารื่นรมย์กันดีกว่าค่ะ ด้วยการจัดสวนแนวตั้ง หรือvertical garden การเข้ามาของสวนแนวตั้งถือเป็นลูกเล่นใหม่ๆของการจัดสวนเลยก็ว่าได้ค่ะเพราะนอกจากจะแปลกใหม่แล้วยังช่วยลดอุณหภูมิที่จะแผ่เข้าไปภายในตัวอาคารได้มากถึง 5-7 องศาอีกด้วย ซึ่งผู้ที่คิดค้นขึ้นคือ แพทริค บลังค์ นักพฤกษศาสตร์และผู้ออกแบบชาวฝรั่งเศล มีวัตถุประสงค์ที่อยากให้เราใกล้ชิดกับธรรมชาติมากขึ้นโดยเเรงบันดาลใจมากจากความอุดมสมบูรณ์ของธรรมชาติในโซนแถบป่าดิบชื้น ทั้งนี้เพื่อให้ท่านผู้อ่านที่สนใจอยากจะไปจัดที่บ้านได้มีข้อมูลเบื้องต้นในการนำไปจัดให้ได้สวนที่สวย มุมมองที่ ฟังก์ชันใช้งานได้หลากหลาย เหมาะกับพื้นที่ขนาดเล็กหรือบ้านที่ต้องการสวนในมุมมองใหม่ๆค่ะ


1.ทำเลที่ตั้ง ก่อนที่เราจะจัดต้องเลือกมุมให้ดี ที่มีทิศทางของแสงแดดเข้าถึง อากาศถ่ายเท ทั้งนี้เพื่อให้ต้นไม้ของเราเจริญงอกงาม รวมถึงสภาพแวดล้อม ที่สามารถมองได้จากภายในสู่ภายนอก ไม่กีดขวางการระบายอากาศ รวมถึงรูปแบบการใช้งานนั้น จะต้อง มีช่องทางเดิน มีที่นั่งพักผ่อน สามารถใช้ทำกิจกรรม ได้ด้วย ทั้งนี้ยังรวมถึงความสวยงามอีกด้วยว่าจะต้อง สร้างจุดเด่นให้กับบ้านให้บ้านดูมีสีสัน

2.โครงสร้างต้องแข็งแกร่ง

การจัดสวนแนวตั้ง โครงสร้างต้องแข็งแรง และต้องรับน้ำหนักของสวนได้เป็นอย่างดี เช่น โครงสร้างควรทำจากแป๊ปเหล็กที่ใช้สีทากันสนิมอย่างดี หรือกระถางต้นไม้ควรเป็นพลาสติก เพราะทนแดด ทนฝน หากไม่ชอบระบบกระถาง และตะแกรงแขวน การดัดแปลงอุปกรณ์ท่อน้ำต่างๆ มาประยุกต์ใช้ปลูกก็เป็นอีกทางเลือกหนึ่ง หรือจะเลือกใช้อุปกรณ์ที่ทำมาสำเร็จก็ได้ ซึ่งในขณะนี้ ก็มี สำเร็จรูปขายและหาได้ ตามท้องตลาดทั่วไป ลองไปเลือกซื้อดูค่ะ

3.เลือกใช้ไม้ที่ถูก

พรรณไม้ที่มีความเหมาะสมที่จะนำมาจัด หรือปลูกในสวนแนวตั้งควรเป็นพรรณไม้ที่ เจริญเติบโตค่อนข้างช้า มีขนาดไม่ใหญ่จนเกินไป จะเป็นชนิดใดนั้นขึ้นอยู่กับที่ตั้งของสวนของเรา และขอสำคัญอีกอย่างหนึ่ง เพื่อเป็นการลดน้ำหนักของโครงสร้างเราควรใช้วัสดุปลูกที่มีน้ำหนักเบา ทดแทนดินปลูก เช่น เพอไรท์ เวอร์มิคูไลท์ พีทมอส เป็นต้น

และนอกจากนี้การใช้พรรณไม้ที่มีลักษณะนิสัยใกล้เคียงกันจะทำให้ ดูแลง่าย ลดอัตราการตายได้ อย่างเช่นหากเราจัดในบริเวณที่ค่อนข้างร่ม ควรเลือกตระกูลเฟิร์น พรมกำมะหยี่ เดหลี เป็นต้น แต่ถ้าจัดสวนแนวตั้งนอกบ้าน หรือที่ที่มีแดดค่อนข้างจัด ควรเลือกเป็น แพงพวย กระดุมทอง หลิวไต้หวัน สร้อยไก่ บลูฮาวาย เป็นต้น

อย่างไรก็ตามด้วยความที่เป็นสวนแนวตั้ง ลักษณะของต้นไม้ ควรเป็น ไม้แขวนที่สามารถอยู่ในภาชนะที่แขวนไว้ในอากาศได้ หรือต้นไม้ที่เหมาะกับการปลูกบนผนังคือ ไม้ในกลุ่มไม้พุ่มคลุมดิน เช่น เศรษฐีเรือนในริปซาลิส พรมญี่ปุ่น เฟิร์นกนกนารี และเปปเปอร์โรเมียด่าง ตีนตุ๊กแกหรืออาจเพิ่มความร่มรื่นให้กับสวนด้วยไม้เลื้อยไต่ไปตามระดับความสูงของโครงสร้าง

4.สร้างสีสันให้กับสวน

ก่อนที่เราจะทำการจัดควรมีการตกแต่ง เลือกสีสัน ลวดลาย ของพรรณไม้เข้าไปเพื่อให้เกิดลวดลาย สิ่งที่ทำให้ เสน่ห์อย่างหนึ่งของส่วนแนวตั้งคือการที่เรา ทำให้เป็นลวดลายที่ต่อเนื่อง ดูมีเรื่องราว เป็นธรรมชาติมากที่สุด และใช้พื้นที่ให้คุ้มค่ามากที่สุด

5.ดูแลเอาใจใส่ สิ่งสำคัญ

ไม่ว่าจะเป็นสวนแนวตั้งหรือสวนทั่วไปการดูแลนั้นเป็นสิ่งที่สำคัญการตัดแต่งให้พรรณไม้ของเรามีรูปทรงที่สวยงาม การใส่ปุ๋ย หรือการติดตั้งแสงไฟเพื่อสร้างความปลอดภัยในตอนกลางคืน แถมยังเป็นการเพิ่มการใช้งานในตอนกลางคืนได้อีกทางหนึ่ง ทั้งนี้ควรดูแลไม่ให้มีสัตว์ที่เป็นอันตรายเข้ามาอีกด้วย

นอกจากนี้ยังมีผลิตภัณฑ์สำเร็จรูปที่ทำมาเพื่อรองรับ คนรุ่นใหม่ เช่น การนำไม้สังเคราะห์ สมาร์ทวูด ที่นอกจะทนทานแล้วยังสวยและกลมกลืนไม่ว่าจะใช้ภายนอกหรือภายในสามารถนำไปประยุกต์ใช้ได้ โดยติตั้งสลับกับพวกไม้เลื้อยหรือไม้กระถางเป็นต้น

บทความดีๆ จาก http://www.homedeedeeforyou.com/

 

สวนดาดฟ้า(แบบจัดเอง)

สวนดาดฟ้า(แบบจัดเอง)

ดาดฟ้า คือพื้นที่ว่างเปล่าชั้นบนสุดของบ้านที่ไร้ผนังกั้นและไม่มีหลังคาคอยป้องกันแดดฝน พื้นที่ดาดฟ้าจึงเป็นส่วนที่หลายๆบ้านใช้เป็นพื้นที่กลางแจ้งไว้สำหรับซักล้าง แต่บางบ้านก็ไม่ได้ใช้ประโยชน์ดังกล่าว ทำให้พื้นที่ดาดฟ้ากลายเป็นส่วนที่ว่างเปล่าไป แต่อย่าปล่อยให้เป็นแบบนั้นเพราะดาดฟ้าอาจจะเป็นส่วนเอ้าท์ดอร์ส่วนเดียวของบ้านในเมืองอย่างทาวน์โฮมและเป็นส่วนที่เหมาะอย่างยิ่งสำหรับจัดสวน


การจัดสวนบนดาดฟ้า ฟังดูเป็นเรื่องยาก ไหนจะเป็นเรื่องน้ำหนักอาคาร ไหนเรื่องการดูแลรักษา แต่หากใจรักแล้วก็ไม่ใช่เรื่องอยาก อย่างเจ้าของสวนดาดฟ้าแห่งนี้ เขาจัดให้มีมุมทำงานเชื่อมต่อกับมุมสวนเพื่อสร้างบรรยากาศการทำงานสำหรับสร้างสรรค์งานศิลปะ จัดดอกไม้ ฝึกสมาธิที่เงียบสงบ ผ่อนคลาย เชื่อมต่อกับพื้นที่ส่วนตัวอย่างห้องนอนเพื่อการใช้งานที่สะดวก โดยสวนดาดฟ้าของเขานั้นจัดเองทุกส่วนปลูกเองกับมือแถมยังมีประโยชน์ใช้สอยอื่นๆนอกเหนือคือเป็นห้องน้ำเอ้าดอร์ที่ใช้งานได้จริง เซ็กซี่ไม่หยอกเลยทีเดียว

โดยทั่วไปการจัดสวนดาดฟ้ามีให้เลือกจัดอยู่ 2 รูปแบบคือปลูกในกระถางและปลูกลงแปลง ซึ่งการปลูกลงแปลงนั้นอาจจะเป็นเรื่องยุ่งยากหลายขั้นตอน การปลูกลงกระถางจึงเป็นทางเลือกที่เหมาะสมที่สุดกับสวนระเบียงคนเมือง หลักการจัดสวนระเบียงมีข้อควรรู้เบื้องต้นคือ ควรเลือกใช้ไม้กระถางทรงสูงจัดเป็นแนวกำแพงเพื่อปิดล้อมสายตาจากข้างบ้าน พื้นของสวนควรปูด้วยวัสดุที่ไม่เก็บความร้อนเพราะระเบียงเป็นส่วนที่รับความร้อนแบบเต็มๆ และอีกส่วนคือความชื้นจากน้ำทั้งฝนที่ตกและน้ำจากรดน้ำต้นไม้จึงควรจัดการระบบระบายน้ำให้ดีด้วย

การเลือกต้นไม้ควรดูที่มีใบละเอียดดูนุ่มสบายตาและไม่ฉีกขาดง่ายเนื่องจากบนดาดฟ้าเป็นส่วนที่มีลมแรง ต้องการน้ำน้อยดูแลรักษาง่ายอย่างเช่นจันทน์ผา สน ปาล์ม โมก แก้ว ลั่นทม กุหลาบ ชวนชม ซึ่งสิ่งสำคัญของการจัดสวนบนดาดฟ้านั้นคือการดูแล รดน้ำอยู่สม่ำเสมอ ใส่ปุ๋ย และเปลี่ยนกระถางให้ต้นไม้เหล่านั้นเมื่อมีพุ่มที่ขยายใหญ่ขึ้น

ตัวอย่างการจัดสวนกระถางบนดาดฟ้าแห่งนี้ มีพื้นที่ประมาณ 20 ตารางเมตร เดิมทีเป็นส่วนอาบน้ำแบบเอ้าท์ดอร์ พอนานวันเจ้าของบ้านก็ปรับเปลี่ยนอุปกรณ์อย่างโอ่ง อ่างอาบน้ำที่ไม่ใช้แล้วให้เป็นกระถางต้นไม้ไปโดยปริยาย ปูทางเดินด้วยบล็อกไม้สำเร็จรูป พร้อมกับตั้งม้านั่งสำหรับรองรับการชมวิว สวนแห่งนี้เชื่อมต่อกับมุมทำงานที่เป็นเหมือนสตูดิโอศิลปะ ทั้งการจัดดอกไม้ เพาะชำต้นไม้ เป็นพื้นที่ทดลองเพาะเลี้ยงเก็บกระถางเซรามิกที่เป็นหนึ่งในงานศิลปะที่เจ้าของบ้านสะสม แม้ว่าสวนดาดฟ้าแห่งนี้จะไม่ได้เลิศเลอมากนักแต่ก็เป็นแรงบันดาลใจชั้นดีที่บอกให้เรารู้ว่า แค่เราลงมือจัดเองเท่านั้นมันก็เป็นสวนที่สวยที่สุดแล้ว

 

 

บทความดีๆ จาก http://www.homedeedeeforyou.com/

7 ไอเดียจัดสวนขนาดเล็กแบบเก๋ๆ

7 ไอเดียจัดสวนขนาดเล็กแบบเก๋ๆ

สำหรับบ้านที่มีพื้นที่แคบแล้วอยากจัดสวนเล็กๆ ไว้ชื่นชมความงามแล้วยังนึกภาพไม่ออกว่าจะจัดการอย่างไรดี วันนี้เรามีกลเม็ดมาบอกเล่ากับไอเดียการจัดการพื้นที่แคบๆของบ้านให้กลายสวนสวยๆแบบทำได้เอง ไม่ว่าบ้านของคุณจะเป็นหมู่บ้านจัดสรรที่มีที่ดินสำหรับจัดสวนเพียงเล็กน้อย


1. ผนังเพิ่มฟังก์ชั่น ไม่ว่าจะเป็นผนังนอกบ้านที่อยู่พื้นที่สวนหรือผนังรั้วที่กั้นพื้นที่กับเพื่อนบ้านก็สามารถสร้างสรรค์ให้เป็นหนึ่งในมุมสวนได้ อย่างการสร้างเป็นผนังน้ำตก ทำเป็นชั้นวางของ เก็บอุปกรณ์ตกแต่งในสวน โดยใช้ไม้ระแนงตีเรียงเป็นแผงยาว ตั้งไม้กระถางประดับเพิ่มเพื่อความสวยงามสร้างเป็นอีกหนึ่งมุมสวนที่ทำได้แม้ว่าพื้นที่จะแคบเพียงใด

2. ทางเดินนำสายตาเพราะมีทางเดินในสวนเพียงน้อยนิด แต่ก็จำเป็นต้องมีช่องทางเดินสำหรับการเดินชมสวน การสร้างทางเดินที่หลอกตาให้สวนดูลึกก็เป็นหนึ่งเทคนิคที่ทำให้สวนน่าสนใจขึ้น โดยใช้เทคนิคปูทางเดินด้วยลายตารางหมากรุกสลับระหว่างแผ่นทางเดินซีเมนต์กับหญ้ามาเลเซีย สร้างมิติให้ทางเดินดูยาวเหยียดได้เป็นอย่างดี

3. นั่งในสวนก็สำคัญ การมีที่นั่งชมสวนเป็นอีกหนึ่งเรื่องจำเป็นที่ต้องมี เพราะจะมีสวนสวยๆโดยไม่ได้ใกล้ชิดกับความสวยงามเหล่านั้นก็ไม่เกิดประโยชน์ที่จะจัดสวนเล็กๆในบ้าน การสร้างที่นั่งบิลต์อินปูนก่อจึงเป็นอีกหนึ่งทางเลือกที่ใช้พื้นที่ในการจัดวางไม่มากไม่มาย รองรับได้หลายคน รวมทั้งเป็นวางกระถางต้นไม้ได้อีกฟังก์ชั่น

4. สร้างมิติหลอกตา เพราะพื้นที่มีน้อยนิด สิ่งสำคัญอีกอย่างในการจัดสวนพื้นที่แคบคือการสร้างมิติให้มุมสวนดูลึกขึ้น อย่างการใช้หน้าต่างหลอกเสมือนให้ดูว่ามีส่วนที่ซ่อนอยู่ภายใน เพียงเท่านี้ก็จะทำให้มุมสวนดูน่าสนใจมากๆ

5. ใส่กระถางวางไว้ก็สวย อีกหนึ่งไอเดียที่จะจัดการพื้นที่แคบๆให้เป็นมุมสวนได้คือการเลือกปลูกไม้กระถาง ซึ่งสามารถเคลื่อนย้ายได้สะดวกและจัดวางให้เหมาะสมกับขนาดพื้นที่ที่มีได้ และด้วยรูปแบบของกระถางที่ดูหลากหลายจะทำให้สวนเล็กๆของเราดูสนุกขึ้นทันตา

6. ห้อยไว้ก็ดีเพราะข้อจำกัดในพื้นที่ อีกทางเลือกในการตกแต่งสวนคือการห้อยกระถาง ไม่ว่าจะเป็นห้อยกับขอบหน้าต่างห้อยจากผนัง ห้อยตามกิ่งของต้นไม้ ก็เป็นการใช้ประโยชน์ของพื้นที่ได้มากขึ้น แต่อย่าลืมเรื่องความแข็งแรงและระยะความสูงที่เราอาจจะเดินชนได้

7. สร้างความโปร่งอย่างมีชั้นเชิงเป็นธรรมดาที่ที่แคบจะทำให้รู้สึกทึบตันและอึดอัด ฉะนั้นวิธีแก้ปัญหาก็คือสร้างความรู้สึกที่โปร่งลึกให้กับสวน อย่างผนังบังตาก็ลองใส่ลูกเล่นให้สูงต่ำแตกต่าง ได้ประโยชน์ช่วยบดบังพื้นที่ส่วนตัวแล้วยังช่วยให้สวนเล็กๆดูมิติมากขึ้น

 

บทความดีๆ จาก http://www.homedeedeeforyou.com/

WATERFALL น้ำตกในมุมสวน

อยากได้มุมนั่งเล่นในสวนที่ดูแลง่ายและคงทนเพียงใช้ไม้หรือแผนเหล็กที่แข็งแรง ส่วนด้านข้างก็ก่ออิฐขึ้นทำเป็นบล็อกสีขาว เพิ่มเติมลูกเล่นในส่วนนี้ด้วย ติดตั้งไฟเข้าไป ส่วนกำแพงน้ำตกก็ใช้เป็นพื้นผิวแบบหยาบให้น้ำตกไหลผ่าน แต่แฝงลูกเล่นเข้าไปด้วยครอบครัวปลาคราฟเซรามิกฝูงใหญ่เป็นอีกรูปแบบที่น่านำไปใช้ในสวนอยากได้มุมนั่งเล่นในสวนที่ดูแลง่ายและคงทนเพียงใช้ไม้หรือแผนเหล็กที่แข็งแรง ส่วนด้านข้างก็ก่ออิฐขึ้นทำเป็นบล็อกสีขาว เพิ่มเติมลูกเล่นในส่วนนี้ด้วย ติดตั้งไฟเข้าไป ส่วนกำแพงน้ำตกก็ใช้เป็นพื้นผิวแบบหยาบให้น้ำตกไหลผ่าน แต่แฝงลูกเล่นเข้าไปด้วยครอบครัวปลาคราฟเซรามิกฝูงใหญ่เป็นอีกรูปแบบที่น่านำไปใช้ในสวน

เข้าสู่หน้าฝนแบบนี้ คงเป็นช่วงเวลาที่ดีที่จะเราจะนอนพักผ่อนหลบฝนอยู่บ้านของเราเอง นอนฟังเสียงเม็ดฝนกระทบกับผืนน้ำในสวนเล็กๆ หน้าบ้าน และดียิ่งขึ้นหากเรามีมุมน้ำตกหรือน้ำพุไว้ในมุมสวนด้วย คงชุ่มช่ำไปตลอดวันแน่ๆ ถ้าใครรักเสียงสายน้ำกระทบพื้นดิน ต้องไม่ควรพลาดการแต่งสวนแบบนี้แน่นอน ว่าแล้วเราไปดูกันเลย…


ขั้นตอนแรกเราควรวัดพื้นที่ให้ดีเสียก่อน และถ้าอยากจะเลี้ยงปลาไว้ด้านล่างควรวางระบบกรองให้ดี ตัวกรองที่ใช้อาจเป็นเศษปะการังหรือเส้นใยกรองบ้าง ผนังบ่อกรองถ้าเป็นไปได้ควรเป็นคอนกรีตเสริมเหล็กผสมสารกันซึมผิวภายในฉาบปูนขัดมัน ส่วนรูปแบบก็มีหลากหลาย อาจจะมีเพียงผนังให้น้ำไหลผ่านลงมา อ่างน้ำล้นหรือบ่อน้ำเรียบๆ ก็ช่วยคลายร้อนได้ทั้งสิ้น ไม่จำเป็นต้องทำน้ำตกใหญ่โตให้ยุ่งยากเลยค่ะ

นอกจากนี้การดูแลรักษาให้ทนทานมากขึ้น ควรเลือกใช้ไม้สำเร็จรูปหรือแผ่นปูนซีเมนต์ ออกแบบให้มีลวดลายหรือลายเส้นที่ต่อเนื่องกันสอดแทรกเล็กน้อยด้วยไม้คลุมดินอย่างหนวดปลาดุก ทำให้รู้สึกไม่แข็งกระด้างมากจนเกินไป หรือจะโรยหินกรวดเพื่อความสะดวกลดการตัดแต่งหญ้าอีกทั้งยังลดการกระแทกของน้ำฝนกับผิวหน้าดิน

เติมโทนสีเข้มของกระถางให้สดใสด้วยสนบลู ปริกหางกระรอก สัปปะรดสี ดูสนุกสนานและมีสีสันมากขึ้น และเพื่อไม่ให้รู้สึกอึดอัดเนื่องจากสวนมีพื้นที่ขนาดเล็ก ก็เพียงแค่ออกแบบให้มีช่องแสงช่องอากาศ ลอดเข้ามา อีกทั้งยังสามารถนำต้นไม้มาปลูกประดับ เพิ่มสีสันให้กับสวนของเราได้อีกด้วย

 

 

บทความดีๆ จาก http://www.homedeedeeforyou.com/

การจัดสวนสวยในพื้นที่จำกัด

เมื่อพูดถึงสวนที่ไว้ใช้เป็นมุมพักผ่อนหย่อนใจในบริเวณที่พักอาศัยนั้นผู้อ่านหลายท่านคงนึกถึงสวนทั่วไป ที่ใช้พื้นที่ขนาดใหญ่ แต่ทว่าปัจจุบันชีวิตคนเมืองมักมาคู่กับพื้นที่ที่จำกัด และน้อยคนนักที่จะมีบ้าน หรือคอนโดมีเนื้อทีจัดสวนที่มีบริเวณกว้างขวางอยู่ในเมืองใหญ่เช่นนี้ ส่วนใหญ่ก็จะเป็นแค่มุมเล็กๆ ให้พอมีต้นไม้วางอยู่เท่านั้น เพื่อให้เหมาะแก่เรื่องราวของเราในวันนี้เราจึงมีภาพการจัดสวนในพื้นที่จำกัดแบบต่างๆ มาให้คนชอบสวนขนาดย่อมได้นำไปใช้กันค่ะ

………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………..

พื้นที่ริมหน้าต่างสามารถปลูกไม้กระถางต่างๆ พร้อมจัดวางตุ๊กตารูปสัตว์ตามชอบเพิ่มความน่ารักให้กับพื้นที่

 

เนื่องจากบ้านส่วนใหญ่ที่มีเนื้อที่จำกัดจะเป็นทาวเฮ้าส์ ตึกแถว คอนโดมิเนียม จึงเกิดการแต่งสวนขนาดย่อมที่มีพื้นที่ใช้สอยแบบประหยัดเนื้อที่แค่4 x 5 เมตร หรือ 2 x 2 เมตร การจัดสวนขนาดเล็กจึงเกิดขึ้นทั้งสวนข้างบ้าน สวนหลังบ้าน สวนมุมห้อง สวนดาดฟ้า หรือแม้กระทั่งสวนริมระเบียงบนคอนโด คุณเจ้าของบ้านจึงต้องคำนึงถึงบริเวณโดยรอบ ลักษณะรูปแบบของบ้าน รวมไปถึงโครงสร้างของเนื้อที่สำหรับจัดสวนและการจัดวางของต้นไม้ที่จะทำอย่างไรไม่ให้ดูรกตาจนเกินไป เพราะด้วยที่เป็นพื้นที่ขนาดเล็ก สิ่งสำคัญอีกอย่างที่ต้องนึกถึงคือชนิดของต้นไม้ทีนำมาใช้นั้นมีความคงทนต่อสภาพอากาศเพียงใด

การจัดสวนข้างบ้านด้วยการโรยก้อนกรวดบนทางเดิน เพิ่มรายละเอียดด้วยไม้ระแนงสีขาวไว้บดบังสิ่งที่ไม่อยากให้เห็นเป็นการพลางสายตาดีที่สุด

 

บางจุดอาจจะมีการส่องของแสงแดดมากไป หรือน้อยไป และคงไม่แปลกนักที่คนชอบสวนในสไตล์นี้ส่วนใหญ่แล้วจะชอบปลูกพวกสวนกระถาง และสวนแขวน หรือแม้กระทั่งอาจจะใช้หญ้าเทียมเพื่อช่วยเพิ่มเติมความสวยงาม และไม่ต้องดูแลรักษามากเกินไป ลองเลือกแต่งสวนด้วยตุ๊กตาหินปั้นรูปสัตว์ตามชอบ เลือกตั้งไว้ตามสไตล์ของเจ้าของ บางทีอาจจะเสริมด้วยเก้าอี้ม้านั่งตัวเล็ก เป็นตัวช่วยอีกทางก็น่าจะเวิร์คค่ะ

 

การจัดสวนบนดาดฟ้าริมระเบียงคอนโด ตกแต่งด้วยเก้าอี้นั่งชมวิวทิวทัศน์รอบกรุง ส่วนต้นไม้ที่ปลูกเน้นพวกไม้กระถาง ไม้แขวนจะเหมาะที่สุด

 

บางจุดอาจจะมีการส่องของแสงแดดมากไป หรือน้อยไป และคงไม่แปลกนักที่คนชอบสวนในสไตล์นี้ส่วนใหญ่แล้วจะชอบปลูกพวกสวนกระถาง และสวนแขวน หรือแม้กระทั่งอาจจะใช้หญ้าเทียมเพื่อช่วยเพิ่มเติมความสวยงาม และไม่ต้องดูแลรักษามากเกินไป ลองเลือกแต่งสวนด้วยตุ๊กตาหินปั้นรูปสัตว์ตามชอบ เลือกตั้งไว้ตามสไตล์ของเจ้าของ บางทีอาจจะเสริมด้วยเก้าอี้ม้านั่งตัวเล็ก เป็นตัวช่วยอีกทางก็น่าจะเวิร์คค่ะ

สวนข้างบ้านบนเนื้อที่เล็กๆ แต่สามารถเพิ่มความสดชื่นด้วยการสร้างบ่อริมที่นั่ง เป็นการสร้างจุดพักผ่อนให้กับสายตาของผู้พักอาศัยค่ะ

โดยส่วนใหญ่องค์ประกอบของสวนแนวนี้มักจะมีรายละเอียดจำพวกหินและก้อนกรวดโรยสลับสีกันให้เป็นทางเดินไปจนถึงรอบกระถางต้นไม้ หรือจะเลือกเป็นอิฐบล็อคสีแดงเข้ามาเสริมให้พื้นที่สวนนั้นดูมีสีสัน โดยการวางเล่นสีเพื่อให้ดูโดดเด่น เพื่อเป็นการเพิ่มสีสันลวดลายต่างๆ บนทางเดิน แทนที่จะเป็นพื้นหญ้าธรรมดาทั่วไป เพียงแค่เดินย่ำไม่กี่วันก็ทำให้หญ้าเน่าเสียไปอีก อาจจะเพิ่มความร่มรื่นลงไปอีกด้วยการวางบ่อน้ำข้างทีนั่งชมวิวทิวทัศน์เพื่อเป็นการเพิ่มความชุ่มชื่นให้กับสายตา ใส่ปลาตัวน้อยหลากสีลงไปให้ดูมีชีวิตยิ่งขึ้น แทนที่จะเป็นหญ้าสวยสีเขียวโดดๆ อย่างเดียว หรือเสริมสีสันด้วยการติดไฟระยิบระยับตรงสวนสักหน่อยให้ดูมีแสงในยามค่ำคืนแห่งการพักผ่อนในทุกค่ำคืนและใช้สวนแห่งนี้ในวันที่อ่อนล้าให้คุ้มค่าที่สุดค่ะ

สวนเล็กๆ ในพื้นที่ข้างบ้านที่สามารถทำเป็นมุมสวนพักผ่อนหย่อนใจในวันพักผ่อน เสริมด้วยเก้าอี้สีขาวที่เข้ากับบ้าน โรยก้อนกรวดสีน้ำตาลเล็กน้อย